Mr. Adisak Lowjun

บทสัมภาษณ์ผู้บริหาร

บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน)

คุณอดิศักดิ์ เหล่าจันทร์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ธันวาคม 2561
กรุณาอธิบายประวัติความเป็นมาของ CMAN

เราก่อตั้งบริษัทฯ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว แต่เดิมทีผมเป็นประธานของโรงถลุงเหล็กขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และโรงถลุงเหล็กทุกแห่งบนโลกนี้ต้องใช้ปูนไลม์ ถ้าคุณเข้าใจการปฏิบัติงานของโรงถลุงเหล็ก คุณจะทราบดีว่ามีความต้องการใช้ปูนไลม์ในปริมาณมากเนื่องด้วยเป็นเคมีพื้นฐาน จากการทำวิจัยต่อยอด เราได้เรียนรู้ว่าปูนไลม์นั้นเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอื่นด้วยเช่นกัน อาทิ อุตสาหกรรมผลิตกระดาษและเยื่อกระดาษ โรงไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้นเราจึงเดินหน้าเข้าประมูลโรงงานแห่งแรกของเราในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ซึ่งทำให้เราได้โรงงานนี้มาในต้นทุนที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงมักไม่สวยหรูเหมือนสิ่งที่อยู่บนกระดาษ เราใช้เวลาหลายปีในการทำความเข้าใจธุรกิจ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี แต่ละปีผ่านไป เราก็ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในแง่ของความเป็นองค์กร

อะไรคือกลไกที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ CMAN ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา?

อันดับแรกเลย เราปรับปรุงเตาเผาที่ใช้มาตั้งแต่ช่วงปี 2533 และในความคิดเห็นของผม เป็นความโชคดีของเราที่มีเหมืองหินที่ดีที่สุดในเอเชีย ผมพยายามเสาะหาเหมืองหินแหล่งอื่นแต่ยังไม่สามารถหาที่ไหนที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับที่เรามีได้เลย ซึ่งผมเชื่อว่านี่คือปัจจัยสำคัญสำหรับความสำเร็จของเคมีแมน ในช่วงวิกฤตพลังงานเมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ พลังงานเป็นต้นทุนหลักของเรา และในช่วงที่มีความผันผวนดังกล่าว เราไม่สามารถผลักภาระนี้ให้กับลูกค้าได้เนื่องด้วยเรามีพันธะสัญญากับลูกค้า ในการนี้ เราค้นพบทางเลือกใหม่ โดยเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันเตามาเป็นการเผาก๊าซแทน ซึ่งช่วยลดต้นทุนโดยรักษาคุณภาพเอาไว้ได้ จากจุดนี้ เราได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีโดยการใช้กระบวนการผลิตก๊าซจากถ่านหิน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเรา ผู้ค้าถ่านหินและผู้ค้าอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับใช้งานในเตาเผา KK1 ในปี 2554 ถือเป็นนวัตกรรมที่สร้างปรากฏการณ์สำหรับเราเลยทีเดียว หลังจากนั้น มีการใช้เทคโนโลยีนี้กับเตาเผา KK2, KK3, KK4, KK5 และ KK6 เป็นลำดับถัดมา ดังนั้น นวัตกรรมนี้จึงเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเรามาตั้งแต่ในอดีต นอกจากนั้น เคมีแมนยังใช้องค์ความรู้นี้ในการขยายฐานลูกค้าในภูมิภาค เราได้จัดตั้งทีมงานในออสเตรเลีย กำลังก่อสร้างโรงงาน 2 แห่งในอินเดีย และมีแผนจะจัดตั้งทีมงานในเวียดนามด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราได้ผ่านการยกระดับตัวเองจากท้องถิ่นขึ้นมาสู่ระดับภูมิภาคแล้ว และกำลังมองหาช่องทางในการควบรวมการผลิตในหลายประเทศเข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็นเครือข่ายระดับโลกอย่างแท้จริงเพื่อให้บริการลูกค้าในระดับนานาชาติพร้อมกับสร้างความมั่นใจในความมั่นคงของระดับอุปทาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับความสำเร็จของธุรกิจปูนไลม์

ลูกค้าของ CMAN คือใครบ้าง?

โดยทั่วไป ลูกค้า 50% เป็นลูกค้าในประเทศและที่เหลือเป็นลูกค้าจากตลาดส่งออก ยอดขายในประเทศ 25% มาจากโรงงานน้ำตาล ซึ่งเป็นลูกค้าเรามานานแล้ว 20% มาจากบริษัทเคมีภัณฑ์ อีก 20% จากบริษัทที่ทำธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม และอีก 20% จากธุรกิจกระดาษและเยื่อกระดาษ 10% จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และที่เหลือก็กระจัดกระจายออกไป ในส่วนของการส่งออก เกือบ 70% เป็นยอดขายที่มาจากเหมืองทอง 20% จากธุรกิจกระดาษและเยื่อกระดาษ ส่วนอีก 10% มาจาก เหมืองนิกเกิล และอุตสาหกรรมอื่นๆ สิ่งที่น่าสนใจคือโรงถลุงเหล็กคือผู้ใช้งานรายใหญ่ที่สุดของปูนไลม์ อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเหล็กของไทยในปัจจุบันไม่ค่อยแข็งแรง ในขณะที่ลูกค้ารายใหญ่อันดับสองรองลงมาคือเหมืองทองและทองแดง ซึ่งเรามีลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ในออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี และลาว ในอนาคตอันใกล้ เรามองเห็นแนวโน้มที่มีนัยยะสำคัญของพลังงานทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟาร์มกังกันลม เนื่องจากกังหันลมนั้นทำจากไฟเบอร์กลาสชนิดพิเศษซึ่งใช้ปูนไลม์เป็นวัตถุดิบ ซึ่งเราเองก็มีจำหน่ายให้กับผู้ผลิตไฟเบอร์กลาสขนาดใหญ่อยู่เช่นกัน ในขณะที่โรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ก็เป็นลูกค้ารายสำคัญ เนื่องจากปูนไลม์ถูกใช้สำหรับการบำบัดไอเสีย ซึ่งช่วยดูดซับซัลเฟอร์ออกไซด์และทำให้ไอเสียที่ปล่อยออกมามีคุณสมบัติเป็นกลาง และลดการปล่อยควันพิษขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนั้นการผลิตคอนกรีตแบบอัดอากาศก็จำเป็นต้องใช้ปูนไลม์ในกระบวนการผลิต ซึ่งธุรกิจนี้ก็เป็นลูกค้าของเราเช่นกัน ในประเทศไทยเอง เรามองเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ซึ่งจะมีการขยายศูนย์กลางของวัสดุชีวภาพที่นครสวรรค์ ขอนแก่นและระยองเร็วๆ นี้ ด้วยประโยชน์มหาศาลของปูนไลม์ เราสามารถขยายขอบเขตของธุรกิจและลูกค้าได้อีกผ่านอุตสาหกรรมและพื้นที่ทางภูมิศาสตร์

ปัจจัยที่สร้างความแตกต่างให้กับ CMAN จากคู่แข่งคืออะไร และเพราะเหตุใดปูนไลม์จึงเป็นวัสดุพื้นฐานสำหรับภาคอุตสาหกรรม?

ธรรมชาติของธุรกิจปูนไลม์คือเป็นเรื่องยากที่จะขยายกำลังการผลิต เพราะขึ้นอยู่กับทรัพยากรเหมืองหินที่บริษัทแต่ละแห่งมี กำลังการผลิตที่มากที่สุดในโลกอาจสูงได้ถึง 10-12 ล้านตันต่อปี และอาจลดต่ำลงได้ถึง 1 ล้านตันต่อปี นอกจากนั้นยังมีผู้ผลิตที่มีกำลังการผลิตต่ำกว่า 100,000 ตันต่อปีอีกหลายราย ดังนั้นเราจึงโชคดีมากที่มีเหมืองหินที่สร้างความสามารถในการแข่งขันให้เราได้ เราเรียกชื่อองค์กรของเราว่าเคมีแมน ด้วยแนวคิดการผสมคำระหว่าง Chemical (เคมี) และ Human (มนุษย์) เนื่องจากมนุษย์เราเองก็บริโภคและใช้งานเคมีภัณฑ์ชนิดนี้อยู่แล้ว อุตสาหกรรมน้ำตาล ข้าว กระดาษ อาหารสัตว์ ล้วนมีความต้องการใช้เคมีภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแคลเซียมและอัลคาไลน์ที่ปลอดภัยต่อมนุษย์และต้องผ่านกระบวนการผลิต ดังนั้นผลิตภัณฑ์ของเราจึงเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน หากมองแค่ผิวเผิน ผลิตภัณฑ์ของเคมีแมนอาจดูเป็นสินค้าทั่วไป แต่หากมองให้ลึกลงไป ก็จะเห็นว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจและมีความเฉพาะทางมากทีเดียว

สาเหตุที่ CMAN ตัดสินใจออก IPO คืออะไร?

ความเสี่ยงทางการเงินเป็นเรื่อที่เราคำนึงถึงอยู่เสมอ ก่อนจะเป็นบริษัทมหาชน เรามีความพึงพอใจกับตัวองค์กร กระบวนการและแผนการขยายธุรกิจ แต่เมื่อมีโอกาสใหม่ๆ เข้ามา เราจำเป็นต้องมีเงินทุนเพิ่มขึ้นเพื่อคว้าโอกาสดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่เราพาบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อลดความเสี่ยงทางการเงินในงบดุลและเพื่อให้มั่นใจว่ามีเงินสำรองเพียงพอที่จะขยายธุรกิจและการลงทุนอย่างที่เราดำเนินการอยู่ในตอนนี้

ความเสี่ยงอะไรบ้างที่มีผลกระทบต่อ CMAN และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง?

ความเสี่ยงมีการแปรผันไปตามกาลเวลา ในช่วงเริ่มต้นก็เป็นเรื่องของความกังวลในแง่ความมั่นคงของเงินทุนที่จะรักษาให้การดำเนินธุรกิจไม่สะดุด จากนั้นเป็นเรื่องของการเตรียมการที่จะรองรับการเติบโต และความผันผวนของราคาสินค้า ซึ่งมีผลกระทบต่อกำไรและรายได้ และยังมีเรื่องการหาแหล่งเงินทุนที่จะขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปัจจัยความเสี่ยงดังที่กล่าวมา เราก็สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม มองไปข้างหน้า เราคิดว่าความเสี่ยงสำคัญคือเรื่องของทุนมนุษย์ และเรากำลังพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ที่จะรับวิศวกรและคนที่เข้าใจธุรกิจ พัฒนาคนเหล่านี้เพื่อร่วมกันสร้างธุรกิจในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ความเสี่ยงอีกประการหนึ่งที่นักลงทุนอาจมีความกังวลก็คือเรื่องสัญญาสัมปทาน อย่างไรก็ตามเราให้ความสำคัญในเรื่อง CSR การบริหารจัดการชุมชน และทางกระทรวงฯ ก็ใช้เหมืองหินของเราเป็นกรณีตัวอย่างของเหมือนหินที่ดีที่สุดในประเทศไทย

คุณมองภาพธุรกิจของ CMAN ในอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างไรบ้าง?

ด้วยจุดแข็งของเรา เราจะยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจและเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ในเอเชีย ออสเตรเลีย และแอฟริกา เรากำลังจะขยายจาก 1 ล้านตันเป็น 2 ล้านตัน และหากเราขยายไปถึง 5 ล้านตันในอนาคต เมื่อถึงตอนนั้น เคมีแมนก็จะขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 4 ของโลก ในแง่ความต้องการ ในภูมิภาคนี้นับว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ของเราอยู่ในระดับสูง และหากรัฐบาลไทยประสบความสำเร็จเรื่องการผลักดันโครงการ EEC, อุตสาหกรรมใน S-Curve, ชีวเคมี และอุตสาหกรรมอื่นๆ ก็จะยิ่งช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจปูนไลม์ในประเทศไทย สุดท้าย สิ่งที่สำคัญสำหรับเราไม่น้อยไปกว่ากันคือไม่เพียงแต่การบรรลุเป้าหมายด้านผลประกอบการ แต่เพื่อสร้างความั่นใจว่าทีมงานของเราทำงานอย่างร่วมแรงร่วมใจและมุ่งมั่นบริการลูกค้าและชุมชนได้เป็นอย่างดี

บทสัมภาษณ์ผู้บริหารชุดนี้จัดทำโดยบริษัท ShareInvestor ผู้ให้บริการด้านสื่อการเงินออนไลน์ เทคโนโลยี และเครือข่ายนักลงทุนสัมพันธ์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่อีเมล์ admin.th@shareinvestor.com หรือเว็บไซต์: www.ShareInvestorThailand.com